ออกแบบ

ส่องตึกระฟ้า Quay Quarter Towers ชุบชีวิตอาคารเก่าสู่อาคารแห่งอนาคต

พาไปดูโครงการชุบชีวิตตึกเก่าให้กลายเป็นตึกใหม่ในนครซิดนีย์ กับตึก Quay Quarter Tower ที่ใช้วิธีสร้างตึกใหม่จากโครงของตึกเก่า จนได้ชื่อว่าเป็น “ตึกระฟ้าแบบอัปไซเคิล” แห่งแรกของโลก

Quay Quarter Tower (คีย์ ควอเตอร์ ทาวเวอร์) ตึกระฟ้าในนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย คว้ารางวัล World Building of the Year 2022 จากเทศกาลสถาปัตยกรรมโลก ซึ่งบางส่วนของตึกนี้สร้างขึ้นจากโครงสร้างอาคารสำนักงานเก่า ที่ชุบชีวิตให้กลายเป็นตึกใหม่ได้อย่างสวยงามและยั่งยืน โดยได้รับการขนานนามว่าเป็นตึกระฟ้าแบบ Upcycle (อัปไซเคิล) แห่งแรกของโลก ซึ่งคำว่าอัปไซเคิล หมายถึงการนำขยะ หรือสิ่งที่ไม่ได้ใช้แล้ว มาแปลงให้เป็นของที่มีมูลค่า และใช้ประโยชน์ได้มากกว่าเดิมนั่นเอง

โดยตึกระฟ้าแห่งใหม่นี้ มีพื้นฐานมาจากอาคารเก่าชื่อ AMP Center ตั้งอยู่ที่เลขที่ 50 ถนนบริดจ์ ใกล้โอเปร่า เฮาส์และสะพานซิดนีย์ฮาร์เบอร์ ประเทศออสเตรเลีย เปิดใช้งานในปี ค.ศ. 1976 และครั้งหนึ่งยังเคยเป็นตึกที่สูงที่สุดในซิดนีย์ แต่ปัจจุบันอาคารสิ้นสุดอายุการใช้งานแล้ว

ออกแบบ

ส่วนที่มาของการสร้างตึกใหม่ ก็มาจากความต้องการของเจ้าของตึกที่อยากได้อาคารใหม่ที่ดูสะดุดตา และประหยัดพลังงานมากขึ้น เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้เช่าในศตวรรษที่ 21 แต่ก็กังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ถ้าต้องใช้วิธีรื้อถอนโครงสร้าง จึงได้ตัดสินใจให้สถาปนิกแข่งกันออกแบบสร้างตึกใหม่ โดยมีโจทย์ว่าต้องไม่ทำลายของเดิมที่มีอยู่

และในที่สุดก็ได้บริษัทสถาปัตยกรรม 3XN Architects (ทรีเอ็กซ์เอ็น อาร์คิเทค) และบริษัท BVN (บีวีเอ็น) มาออกแบบ และดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ปี 2018 ก่อนจะแล้วเสร็จในปีนี้ ซึ่งได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นอาคารแบบมิกซ์ยูส (Mixed-Use) หรืออาคารที่มีพื้นที่ใช้งานได้หลากหลาย มีทั้งที่อยู่อาศัย สำนักงาน และร้านค้าปลีกมากมาย มีทั้งสิ้น 49 ชั้น และสูง 206 เมตร

ทีมพัฒนาเผยว่าการสร้างอาคารนี้ ใช้วิธีการถอดชิ้นส่วนอาคารเก่าออกบางส่วน แล้วสร้างโครงใหม่ข้าง ๆ จากนั้น นำมาติดตั้งลงบนโครงเดิมที่เหลืออยู่ และออกแบบโครงกระจกล้อมรอบอาคารเก่า เพื่อรวมเป็นตึกระฟ้าตึกเดียว ซึ่งการออกแบบใหม่นี้ ทางทีมพัฒนาเคลมว่า ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 12,000 ตัน เมื่อเทียบกับการรื้อถอนและก่อสร้างใหม่ รวมถึงช่วยประหยัดเวลาก่อสร้างได้อย่างน้อยครึ่งปี

นับว่าเป็นการใช้ความรู้ นวัตกรรม และเทคโนโลยี ในการช่วยชุบชีวิตอาคารเก่าที่หมดอายุการใช้งาน ให้กลายเป็นอาคารใหม่ที่รักษ์โลกมากขึ้น และยังถือเป็นตัวอย่างของการก่อสร้างอาคารสูงที่ยั่งยืนมากขึ้นอีกด้วย

ธุรกิจ

“เอสซีจี” ลงทุนแสนล้านทรานส์ฟอร์ม ธุรกิจ “โกกรีน-อีวี-การแพทย์-หุ่นยนต์”

“เอสซีจี” ลงทุนแสนล้านทรานส์ฟอร์ม ธุรกิจ “โกกรีน-อีวี-การแพทย์-หุ่นยนต์”

เปิดบทใหม่ “เอสซีจี” ปรับสู่การเป็นผู้นำนวัตกรรมโซลูชั่น ตอบโจทย์ใหม่เมกะเทรนด์โลก ด้านพลังงานสะอาดและยานยนต์ไฟฟ้า สุขภาพและการแพทย์ สมาร์ทลิฟวิ่ง หุ่นยนต์อัจฉริยะ พร้อมลุยเป้าการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ เร่งเดินหน้าลงทุนทั่วโลก ด้วยงบลงทุน 1 แสนล้านบาท ภายใน 5 ปี

ช่วงที่ผ่านมาภาคธุรกิจต้องเผชิญเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง ทั้งการขาดแคลนแรงงาน ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค ทำให้ธุรกิจต้องเร่งปรับตัวอย่างรวดเร็วให้ทันต่อเทรนด์โลกและความต้องการของตลาดรวมทั้งการต้องคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อส่งต่อทรัพยากรให้คนรุ่นถัดไป

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ SCG กล่าวว่า สถานการณ์ที่เข้ามากระทบกับธุรกิจทำให้ SCG มุ่งพัฒนานวัตกรรมโซลูชันแห่งอนาคตเพื่อตอบโจทย์ความต้องการใหม่ๆ ของผู้บริโภคทั้งภาคธุรกิจและภาคครัวเรือน ประกอบไปด้วย โซลูชันด้านพลังงานสะอาดและยานยนต์ไฟฟ้า สุขภาพและการแพทย์ สมาร์ตโลจิสติกส์ สมาร์ตลิฟวิ่ง หุ่นยนต์อัจฉริยะและนวัตกรรมสีเขียว

“ธุรกิจด้านนวัตกรรมโซลูชันเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพสูงและเชื่อว่าจะสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งให้กับบริษัท โดยเอสซีจีได้วางแผนขยายโครงการลงทุนทั่วโลก และใช้กองทุน Deep Tech Fund เพื่อพัฒนาด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งขยายการเติบโตในอาเซียนรวมถึงศึกษาการลงทุนใหม่ในอินเดีย ด้วยงบลงทุน 100,000 ล้านบาท ในระยะ 5 ปีข้างหน้า”

ธุรกิจ

ยึดแนวทางธุรกิจ “อีเอสจี”

นายรุ่งโรจน์ กล่าวว่า เชื่อมั่นว่าทุกโซลูชันที่เอสซีจีพัฒนาขึ้น จะช่วยให้ผู้คนได้ใช้ชีวิตอย่างประหยัด ปลอดภัย สะดวก และยังส่งต่อทรัพยากรให้คนรุ่นถัดไปตามแนวทาง ESG 4 Plus โดยบทต่อไปสำหรับเอสซีจีจะมุ่งส่งมอบเทคโนโลยีนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการใหม่ๆ รวมทั้งเป้าหมายความยั่งยืน

นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ SCG กล่าวว่า ปัจจุบันราคาพลังงานทั้งถ่านหิน น้ำมัน และแก๊สธรรมชาติ โดยยังคงตัวอยู่ในระดับสูงและคาดว่าจะเป็นปัญหาต้นทุนในระยะยาวของภาคธุรกิจในช่วง 2-3 ปีนี้ เนื่องจากต้นเหตุของราคาพลังงานสูงเกิดจากฝั่งผู้ผลิต ซึ่งเชื่อมโยงกับความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายในเร็ววัน

รวมทั้งปัญหาโลกร้อนที่เป็นเรื่องเร่งด่วนภาคธุรกิจจึงต้องเร่งปรับตัวในเรื่องการลดต้นทุนพลังงาน การใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งการเพิ่มสัดส่วนของพลังงานทางเลือก

ลุยโซลูชันพลังงานสะอาด

ทั้งนี้ SCG ได้มีการพัฒนาโซลูชันพลังงานสะอาด ประกอบไปด้วย พลังงานชีวมวลคุณภาพสูง (biomass) จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น กะลาปาล์ม เหง้ามัน ต้นปาล์ม ใยปาล์ม ใบอ้อย และเชื้อเพลิงจากขยะ (RDF) โดยได้มีการพัฒนาเป็นพลังงานชีวมวลอัดเม็ด (Wood Pellet) เพื่อใช้ทดแทนถ่านหิน

นอกจากนี้ ยังมีพลังงานแสงอาทิตย์จากโซลาร์ รูฟ สำหรับกลุ่มที่อยู่อาศัย โรงงานและนิคมอุตสาหกรรม กลุ่มอาคารขนาดใหญ่ กลุ่มโรงพยาบาล กลุ่มโรงแรม และห้างสรรพสินค้า รวมทั้งพลังงานลมและอยู่ระหว่างการศึกษาพลังงานทางเลือกอื่นๆที่มีศักยภาพ เช่น ไฮโดรเจน เซลล์เชื้อเพลิง (fuel cell) ซึ่งปัจจุบัน เอสซีจีมีกำลังการผลิตพลังงานสะอาดกว่า 195 เมกะวัตต์โดยตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 3,000 เมกะวัตต์ ภายใน 5 ปี

ทั้งนี้ เอสซีจี มีความพร้อมเสนอโซลูชั่นพลังงานสะอาดครบวงจรให้แก่ลูกค้าเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ภายใต้บริษัท เอสซีจี คลีนเนอร์ยี่ ซึ่งมีนวัตกรรมเด่น 2 เรื่อง สำหรับภาคอุตสาหกรรม ได้แก่

1.Smart Grid เครือข่ายอัจฉริยะจัดการซื้อ-ขายพลังงานสะอาดระหว่างโรงงานและนิคมอุตสาหกรรมภายในกริดเดียวกัน

2.Thermal Energy Storage หรือ Heat Battery นวัตกรรมแบตเตอรี่กักเก็บความร้อนจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่สามารถเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานความร้อน เพื่อกักเก็บความร้อนไว้ใช้ในช่วงที่ไม่มีแสงแดด รวมทั้งเป็นการป้องกันปัญหาพลังงานขาดแคลน อีกทั้งยังลงทุนต่ำกว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไออน และมีประสิทธิภาพในการกักเก็บพลังงานที่สูงกว่า

“โดยเอสซีจี ตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนพลังงานทางเลือกเป็น 40-50% ในช่วง 2 ปีข้างหน้า ทดแทนการใช้ถ่านหินในโรงงานผลิตซีเมนต์ โดยจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 70% ในปี 2030 และขยับสู่เป้าหมายพลังงานสะอาด 100% ภายในปี 2050” นายธรรมศักดิ์ กล่าว

เร่งพัฒนาโซลูชั่น “อีวี”

นายสุรชา อุดมศักดิ์ รองผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่สายงานนวัตกรรม บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC กล่าวว่า บริษัทฯ ยังได้พัฒนาโซลูชันด้านยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอีวีของประเทศ ตั้งแต่การพัฒนาพลาสติกสำหรับเป็นชิ้นส่วนรถอีวี โดยล่าสุด SCGC ร่วมทุนกับบริษัท Denka จากประเทศญี่ปุ่น ตั้งโรงงานผลิตสารเติมแต่งแบตเตอรี่ “อะเซทิลีนแบล็ค” ส่วนประกอบในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ซึ่งจะมีกำลังผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถอีวีราว 1 ล้านคัน

นอกจากนี้ ยังมี EV Fleet Solution ที่สามารถให้บริการอีวีได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การจัดหายานยนต์ไฟฟ้า ประกันภัย ซ่อมบำรุง สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการให้บริการรูปแบบการเช่า การขนส่งสินค้า และรับ-ส่งพนักงาน

ทั้งนี้ เพื่อรองรับการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ โดยปี 2022 ตั้งเป้าส่งมอบรถอีวี จำนวน 492 คัน ซึ่งสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 6,400 ตัน และภายในปี 2023 ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นเป็น 9,600 ตันต่อปี

ลุยธุรกิจพลาสติกสีเขียว

ขณะเดียวกัน ได้มุ่งพัฒนานวัตกรรมพลาสติกเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม SCGC GREEN POLYMER ทั้ง 4 โซลูชัน ได้แก่ ลดการใช้ทรัพยากร การออกแบบเพื่อให้รีไซเคิลได้ นำมาหมุนเวียนใช้ใหม่และย่อยสลายได้ เช่น EcoBioPlas นวัตกรรมเร่งการย่อยสลายทางชีวภาพ แก้ปัญหาพลาสติกที่หลุดรอดไปสู่ธรรมชาติ

นอกจากนี้ SCGC ลงทุนในบริษัทต่างชาติ ได้แก่ KRAS Group ผู้นำด้านการจัดการวัสดุเหลือใช้ครบวงจรจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ช่วยเพิ่มศักยภาพในการผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิล อีกทั้งลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับ Braskem ผู้นำด้านพลาสติกชีวภาพระดับโลกจากประเทศบราซิล เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนในโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพในไทยเพื่อผลิตเม็ดพลาสติกประเภทไบโอ-พอลิเอทิลีน

ขยายเข้าธุรกิจวัสดุการแพทย์

รวมทั้ง SCGC มุ่งตอบโจทย์เทรนด์พลาสติกแห่งอนาคตในด้านสุขภาพและสังคมผู้สูงอายุ โดยขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ ปัจจุบันมีการผลิตสินค้าทางการแพทย์แล้วกว่า 15,000 รายการ จากการเข้าถือหุ้น Deltalab ประเทศสเปน ภายใต้แบรนด์ Deltaswab ที่เก็บตัวอย่างสิ่งส่งตรวจจากร่างกาย และ Cryoinstant หลอดน้ำยาสำหรับเก็บรักษาตัวอย่างเชื้อด้วยความเย็น

อีกทั้งผลิตเม็ดพลาสติกเพื่อการแพทย์ SCGC™ PP และ PVC สำหรับผลิตอุปกรณ์การแพทย์และเภสัชกรรม อาทิ กระบอกเข็มฉีดยา สายและถุงน้ำเกลือ ถุงเลือด รวมถึงโซลูชันเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย อาทิรถเข็นจ่ายยาอัจฉริยะ ถังทิ้งเข็มฉีดยา รถเข็นผู้ป่วย แคปซูลขนส่งผู้ป่วยทางอากาศ และหน้ากากอนามัยภายใต้แบรนด์VAROGARD

สำหรับโซลูชั่นด้านโลจิสติกส์ SCGJWD ถือเป็นบริการขนส่งและซัพพลายเชนครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในอาเซียน โดยให้บริการทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ขนส่งหลากหลายทั้งทางบก เรือ ราง อากาศ รองรับสินค้าที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ อาทิ วัคซีน ยางานศิลปะมูลค่าสูง รถยนต์ อาหารแช่แข็ง สินค้าอันตราย พร้อมเครือข่ายครอบคลุมทั่วอาเซียนและจีน

เกมส์

เลื่อนแล้วจ้า Final Fantasy VII: Ever Crisis ดีเลย์เปิดเบต้าไปปี 2023

เลื่อนแล้วจ้า Final Fantasy VII: Ever Crisis ดีเลย์เปิดเบต้าไปปี 2023

รอวนไป Square Enix ตัดสินใจเลื่อนวันเปิดรอบ CBT ของ Final Fantasy VII: Ever Crisis ออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วจ้า จากเดิมที่แปลนเอาไว้ในปี 2022 ก็โดนโยกไปเป็นช่วงหน้าร้อนของปี 2023 ซึ่งก็ต้องตามกันต่อว่าจะเป็นวันไหนกันแน่ รวมทั้งวันเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ แต่ตอนนี้ไปชมตัวอย่างใหม่ของเกมจากแฟรนไชส์เกม JRPG ระดับตำนานแก้ขัดกันไปก่อนนะ

เกมส์

Final Fantasy VII: Ever Crisis เป็นเกมภาคแยกของ Final Fantasy VII ต้นฉบับปี 1977 เป็นเกมที่ถูกสร้างมาให้เล่นคนเดียว มีเนื้อหาตัดมาเป็นตอนๆ แต่เชื่อมโยงกันเพื่อมอบประสบการณ์และเนื้อเรื่องสุดออริจินอลจากโลกสุดแฟนตาซีในภาคที่ 7 ให้กับสาวกโดยเฉพาะ มีทีมสร้างเกม Applibot ทำหน้าที่พัฒนาลง Android และ iOS คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2023

ข่าวกีฬาฟุตบอล

เมนเดสเสนอ’เฟลิกซ์’ให้มาดริดมูลค่า100ล้านยูโร

จอร์จ เมนเดส เสนอ ชูเอา เฟลิกซ์ ให้ เรอัล มาดริด เซ็นสัญญากับนักเตะด้วยมูลค่า 100 ล้านยูโรหลังแนวรุกชาวโปรตุกีสต้องการย้ายออกจากทีมตราหมีในช่วงเดือนมกราคมนี้

‘เดเฟนซ่า เซนตราล’ สื่อเมืองกระทิงรายงานเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า จอร์จ เมนเดส เอเยนต์คนดังได้เสนอโอกาสให้ เรอัล มาดริด เซ็นสัญญากับ ชูเอา เฟลิกซ์ แนวรุกทีมชาติโปรตุเกสของ แอตเลติโก มาดริด ด้วยมูลค่า 100 ล้านยูโร

เมนเดส กำลังเดินสายหาสโมสรใหม่ให้ ชูเอา เฟลิกซ์ หลังแนวรุกวัย 23 ปีต้องการย้ายออกจาก แอตเลติโก มาดริด เนื่องจากมีปัญหาไม่ลงรอยกับเทรนเนอร์ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ก่อนมีรายงานอ้างว่าซูเปอร์เอเยนต์ชาวโปรตุกีสเสนอนักเตะให้ เรอัล มาดริด เซ็นสัญญาด้วยค่าตัว 100 ล้านยูโร ต่ำกว่าที่ทีมตราหมีจ่ายให้ เบนฟิก้า เพื่อดึงนักเตะมาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์ปี 2019 ด้วยค่าตัว 126 ล้านยูโร

ข่าวกีฬาฟุตบอล

ชูเอา เฟลิกซ์ ออกสตาร์ทเพียง 9 ครั้งจาก 21 เกมที่ แอตเลติโก มาดริด ลงเล่นในฤดูกาลนี้ ก่อน มิเกล อังเคล คีล มาริน ซีอีโอของทีมตราหมียอมรับว่าทางออกดีที่สุดสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้องคือการปล่อยแนวรุกชาวโปรตุกีสออกจาก ‘ซีบีตาส เมโตรโปลีตาโน่’ ในช่วงเดือนมกราคมนี้

ตามรายงานอ้างว่า เมนเดส เสนอนักเตะให้ เรอัล มาดริด เซ็นสัญญาด้วยค่าตัว 100 ล้านยูโร เนื่องจากเอเยนต์ชาวโปรตุกีสเชื่อว่าแนวรุกวัย 23 ปีน่าจะเข้ากับระบบของ คาร์โล อันเชล็อตติ อีกทั้ง ชูเอา เฟลิกซ์ ยังสามารถเล่นตำแหน่งหน้าเป้าหาก คาริม เบนเซม่า กองหน้าชาวฝรั่งเศสไม่พร้อมลงสนาม

อัพเดททุกข่าวสารของวงการกีฬา ข่าวฟุตบอลล่าสุด >>> “ชนาธิป” อัพเดต อาการบาดเจ็บตัวเอง จากเกมพบมาเลเซีย

เว็บแทงบอลโปรดีๆ

เว็บแทงบอลโปรดีๆ

เว็บแทงบอลโปรดีๆ สร้างแรงดึงดูดใจในการเดิมพัน

การเลือกใช้บริการ เว็บแทงบอลโปรดีๆ เป็นอีกแรงดึงดูดใจให้นักพนันเข้าสู่การเดิมพันได้มากยิ่งขึ้นเพราะนั่นหมายถึงการที่ เว็บพนัน โปร สมาชิกใหม่ สร้างความคุ้มค่าตั้งแต่เริ่มต้นในการเข้าสู่ระบบการเดิมพันได้อย่างดีที่สุดกับการมีโปรโมชั่นที่โดนใจนักพนัน 

เว็บแทงบอลโปรดีๆ

เว็บแทงบอลโปรดีๆ มาตรฐานของการเดิมพันที่ทุกคนชื่นชอบ 

ระบบของ เว็บแทงบอลโปรดีๆ เป็นอีกความน่าสนใจในการใช้บริการเพราะเป็นมาตรฐานของการเดิมพันที่นักพนันทุกคนล้วนชื่นชอบกับการให้บริการของ เว็บพนัน โปร สมาชิกใหม่ ซึ่งเป็นโปรโมชั่นที่ให้ความคุ้มค่าตั้งแต่เริ่มต้นในการเป็นสมาชิกโดยนักพนันสามารถศึกษาข้อมูลโปรโมชั่นต่างๆก่อนการตัดสินใจเข้าสู่ระบบการเดิมพันได้อย่างเต็มที่เพราะเว็บพนันบอลออนไลน์ในปัจจุบันมีการแข่งขันกันสูง ดังนั้นจึงมีการพัฒนาโปรโมชั่นเพื่อที่จะสร้างแรงดึงดูดใจให้นักพนันเข้าสู่ระบบการเดิมพันกันอย่างแพร่หลายจึงเป็นความได้เปรียบถ้าหากนักพนันจะเลือกระบบของโปรโมชั่นที่ดีที่สุดสำหรับการสมัครสมาชิก โดยสามารถศึกษาข้อมูลจากการประชาสัมพันธ์ของเว็บไซต์ที่มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ในเรื่องของโปรโมชั่นอย่างแพร่หลายโดยมีโปรยอดนิยมอย่างเช่นการให้เครดิตฟรี โบนัสเงินฝาก และค่าคอมมิชชั่นรูปแบบต่างๆ ซึ่งเป็นข้อมูลที่สร้างความเร้าใจให้กับนักพนันได้อย่างดีที่สุดในการที่จะเลือกโปรโมชั่นที่ให้ความคุ้มค่าในการเข้าสู่ระบบการเดิมพันโดยมีพื้นฐานของ แทงบอลออนไลน์ โปรโมชั่นดี ที่เชื่อถือได้เป็นหลักประกันในเรื่องของการได้รับโปรโมชั่นอย่างแน่นอนและพร้อมนำไปสู่การใช้งานได้จริงและทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง 

แทงบอลออนไลน์ โปรโมชั่นดี

สร้างความคุ้มค่าตั้งแต่เริ่มต้นในการเข้าสู่ระบบการเดิมพันได้อย่างดีที่สุด

จึงเป็นอีกมาตรฐานการเดิมพัน เว็บแทงบอลโปรดีๆ ที่นักพนันทุกคนล้วนเฝ้ารอคอยกับโปรโมชั่นเด็ดที่โดนใจในระบบของเว็บไซต์ที่มีคุณภาพในการให้บริการที่ดีที่สุดเพราะความชัดเจนของโปรโมชั่นในการใช้งานย่อมอำนวยความสะดวกในการเดิมพันได้มากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะในรูปแบบของทุนฟรีที่นำไปสู่การเป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการเล่นพนันบอลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพจึงเป็นอีกแนวทางของการเดิมพันที่ตอบโจทย์ต่อความต้องการของนักพนันได้เป็นอย่างดีกับการได้รับโปรโมชั่นดีๆที่พร้อมต่อยอดไปสู่การเดิมพันที่มีคุณภาพ เพราะมันคืออีกรูปแบบของโอกาสในการทำเงินที่เห็นความคุ้มค่าที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจนที่สุด ดังนั้นในการใช้บริการกับ แทงบอลออนไลน์ ได้เงินจริง จึงนำไปสู่โอกาสของการทำเงินได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นด้วยการมีผลประโยชน์ที่ช่วยต่อยอดไปสู่การเดิมพันเพื่อทำกำไรได้อย่างสนุกสนานกับการใช้โปรโมชั่นดีๆในระบบของเว็บพนันบอลที่เชื่อถือจึงเป็นอีกรูปแบบของการคืนกำไรที่นักพนันทุกคนไม่ควรพลาดจากการใช้โปรโมชั่นเพื่อให้เกิดประโยชน์ในการเดิมพันได้อย่างเต็มที่

เครดิตจาก : gifts2yemen.com